ชี้จับพระโกงเงินทอนวัด เป็นเรื่องดีให้ศาสนาบริสุทธิ์มากขึ้น

“วิษณุ” ชี้จับพระเถระชั้นผู้ใหญ่โกงเงินทอนวัด เป็นเรื่องที่ดีให้ศาสนาผุดผ่อง ระบุเรื่องนี้ไม่กระทบพระพุทธศาสนา แค่ปัดกวาดบ้านให้สะอาด

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจับกุมพระเถระชั้นผู้ใหญ่วานนี้ (24 พ.ค.) ว่า ไม่ทราบเรื่องนี้จะกระเทือนถึงไหน แต่กระเทือนวงการสงฆ์แน่นอน เป็นเรื่องธรรมดา และกระเทือนความรู้สึกพุทธศาสนิกชนบางคนบางกลุ่ม แต่คงไม่กระเทือนพระพุทธศาสนา เพราะยังมั่นคงดีอยู่ หากมีอะไรเป็นเหตุเภทภัยเข้ามากระทบ ถ้าสามารถลิดรอนหรือกำจัดออกไปได้ จะทำให้พระพุทธศาสนาบริสุทธิ์มากขึ้น

ส่วนการดำเนินการว่าใครถูกหรือผิดนั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่มีใครรู้ มีเพียงเจ้าหน้าที่ที่รู้ ซึ่งต้องดำเนินการตามกฎหมาย จะไม่ดำเนินการไม่ได้ ต้องมีการต่อสู้คดีกันไป ถ้าพ้นภัยพ้นปัญหาไป ทุกอย่างจะกลับมาได้อย่างเดิม แต่ถ้าไม่สามารถต่อสู้ให้พ้นไปได้ คดีจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไปสู่ศาล

นายวิษณุ กล่าวอีกว่า คดีทั้งหมดที่กล่าวหานั้น เป็นการกล่าวหาในทางโลก จึงเป็นเรื่องที่ทางโลกต้องไปจัดการ ถ้ามีเรื่องกระทบในทางธรรมหรือทางศาสนา ทางศาสนาต้องเข้าไปจัดการ ทางศาสนาในที่นี้หมายถึงกรณีที่กระทบต่ออธิกรณ์หรือวินัยสงฆ์ อย่างไรก็ตาม กฎหมายคณะสงฆ์ต้องอยู่กึ่งกลางระหว่างทางโลกกับทางธรรม ซึ่งได้บอกไว้ชัดเจนแล้วว่าในกรณีที่ภิกษุต้องคดีอาญา จะต้องดำเนินการอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้จะทำให้ประชาชนตั้งคำถามหรือไม่ว่าจะสามารถนับถือพระสงฆ์ได้อยู่หรือไม่ เพราะขนาดพระเถระชั้นผู้ใหญ่ยังมีคดีแบบนี้เกิดขึ้น นายวิษณุ กล่าวว่า ใคร ๆ ก็รู้ว่าเรื่องแบบนี้มีมานานแล้ว แต่หากเลิกนับถือพระพุทธศาสนาด้วยเหตุแบบนี้ บรรพบุรุษคงไม่สามารถรักษาพุทธศาสนาได้มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเหตุเกิดที่ไหน ก็จัดการตรงนั้นให้จบ บ้านช่องไม่สะอาดก็ปัดกวาดเสีย แต่ถ้าบ้านช่องไม่สะอาดถึงขนาดรื้อบ้าน คงไม่คุ้ม

ส่วนการดำเนินการครั้งนี้ถึงขั้นสังคายนาวงการสงฆ์ใช่เลยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า อย่าไปพูดว่าสังคายนา เพราะคำนี้เป็นคำพิเศษที่หมายความถึงกรณีที่ต้องมีการประชุมพระสงฆ์ เพื่อตรวจสอบพระไตรปิฎกว่ามีความฟั่นเฟือนวิปริตหรือไม่อย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำยาก

“แต่อาจทำคล้าย ๆ สังคายนาได้ คือ ประชุมตรวจสอบตกลงกติกาวิธีปฏิบัติ คิดว่าเรื่องนี้ทางมหาเถรสมาคม (มส.) น่าจะนำไปดำเนินการได้ และเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนที่ควรตระหนัก สังวร และระมัดระวัง ซึ่งพระผู้ใหญ่บางรูประมัดระวังดีอยู่แล้ว ให้ไปดูจริยวัตรของสมเด็จพระสังฆราชฯ สวยสดงดงาม ท่านเตือนอะไรก็เป็นปิยวาจา อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้น่าจะต้องมีการกลั่นกรองการแต่งตั้งพระเถระชั้นผู้ใหญ่ด้วย” นายวิษณุ กล่าว

ส่วนรัฐบาลจะหาแนวทางดูแลเรื่องพุทธพาณิชย์อย่างไรนั้น นายวิษณุ กล่าวว่า พุทธพาณิชย์เป็นคำเรียกกันในความหมายว่าได้มีการนำเอาศาสนา หรือศาสนวัตถุ หรือศาสนบุคคลมาค้าขายหากำไร เป็นเรื่องที่สะเทือนใจชาวพุทธ และต้องจัดการกันต่อไป บางเรื่องมีกฎเกณฑ์ที่ควบคุมอยู่แล้ว แต่บางเรื่องอาจไม่มี บางเรื่องที่มีกฎเกณฑ์ควบคุมอยู่ อาจมีช่องว่างให้หลีกเลี่ยงออกไปได้ แต่ถ้าเราเข้มงวด ก็สามารถทำได้ คิดว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีในการทำอะไรให้บริสุทธิ์ผุดผ่องมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ต่างประเทศจะเข้าใจระบบการดำเนินการในครั้งนี้ของประเทศไทยหรือไม่นั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องใหม่ แต่ถ้าสงสัย ก็สามารถชี้แจงได้ว่าเรื่องนี้มีหรือไม่มีการกลั่นแกล้ง เรื่องนี้กระทบสิทธิมนุษยชนหรือไม่ หรือล่วงล้ำเสรีภาพในการนับถือศาสนาหรือไม่ เพราะต่างชาติถือเรื่องนี้ ถ้าอธิบาย 3 ข้อนี้ได้ ก็ไม่มีปัญหาสำหรับต่างประเทศ.-สำนักข่าวไทย

Loading