หนุ่มแสบตบตาตร.อ้างรถหาย ไม่รอดเจอข้อหาแจ้งเท็จ

ไม่เนียน..หนุ่มแสบโร่แจ้งตร.รัตนาธิเบศร์ ขับรถกระบะบรรทุกจยย.ไปจอดตลาดนัดนกฮูก กลับมาไร้วี่แววไม่รู้ใครขโมย เจอสอบไล่จนมุม สุดท้ายสารภาพเอารถไปจำนำก่อนสร้างเรื่อง เจอข้อหาหนักแจ้งความเท็จ เมื่อวันที่ 23 เม.ย. พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล ผกก.สส.สภ.รัตนาธิเบศร์ เปิดเผยว่า วานนี้ (22 เม.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้จับกุมตัว นายกฤษฎา ประเสริฐ อายุ 32 ปี พร้อมด้วยของกลาง

สำเนาบันทึกประจำวันของสภ.รัตนาธิเบศร์ ลงวันที่ 21 เม.ย. 61 เวลา 14.40 น. ปจว.ข้อ.5 โดยกล่าวหาว่า แจ้งความเท็จและแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา นายกฤษฎาได้มาพบพนักงานสอบสวนแจ้งความร้องทุกข์ เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 19 เม.ย. ได้ขับรถยนต์กระบะยี่ห้อมาสด้า รุ่นบีที50 สีเทา ทะเบียน 1 ฒท 5006 กทม. บรรทุกรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 สีแดง ทะเบียน อทย 191 กทม. ไว้ท้ายกระบะไปจอดที่ลานจอดรถตลาดนกฮูก ถนนเสี่ยงเมืองนนทบุรี ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี เพื่อซื้อของ ต่อมาเวลา 20.00 น. ได้กลับมาที่ลานจอดรถปรากฎว่ารถทั้งสองคันได้หายไป ไม่ทราบว่าผู้ใดมาลักไป 
       
จากการสอบสวนนายกฤษฎา ผู้ต้องหา ให้การวกวนและพบพิรุธ จึงซักถามความเชื่อมโยงเหตุการณ์แต่ผู้ต้องหาตอบไม่ได้ และตอบไม่ตรงกับสภาพที่เกิดเหตุ จึงได้ติดต่อสอบถามไปที่ภรรยาผู้ต้องหา จึงทราบความจริงว่ารถไม่ได้หาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สอบจนผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้นำรถทั้ง 2 คันไปจำนำกับนายเตี้ย ไม่ทราบชื่อจริงและนามสกุลจริง อายุประมาณ 20 ปี ที่ จ.นครปฐม ได้เงินมา 43,000 บาท และที่มาแจ้งความว่ารถถูกคนร้ายขโมยไปนั้นไม่เป็นความจริง ที่มาแจ้งความเท็จเพราะอยากได้รถทั้ง 2 คันคืนจากนายเบียร์โดยที่ไม่ต้องไถ่ถอนจำนำ 
    
เบื้องต้นตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหามีหมายจับคดีลักทรัพย์ในเคหะสถานพื้นที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี เลขที่ 214/2561 ลงวันที่ 18 เม.ย.61 ซึ่งเป็นการลักรถยนต์กระบะมิตซูบิชิ รุ่นไททัน สีขาว ทะเบียน ปน8898 กทม. จึงได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.เขมพัทธ์ โพธิภิทักษ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด ขอหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด จากนั้นได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย ก่อนประสาน สภ.ปากเกร็ด เพื่ออายัดตัวไปดำเนินคดีตามหมายจับต่อไป. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews

Loading